พรีเมียร์ลีก

คาบ้าน เอฟเวอร์ตัน บุกทุบ เวสต์แฮม 2-0 กระโดดขึ้นที่ 9

คาบ้าน เอฟเวอร์ตัน บุกทุบ เวสต์แฮม 2-0 กระโดดขึ้นที่ 9

   คาบ้าน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดบ้านพ่ายให้กับ เอฟเวอร์ตัน 0-2 จาก เคิร์ท ซูม่า กับ แบร์นาร์ด ที่ซัดกันไปคนละประตู ทำให้ เวสต์แฮม หยุดสถิติไร้พ่ายในบ้านไว้ที่ 7 เกมติดหล่นมาอยู่อันดับ 11 ส่วน ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน ขยับขึ้นม่รั้งที่ 9

คาบ้าน เอฟเวอร์ตัน บุกทุบ เวสต์แฮม 2-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับ ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ที่สนาม ลอนดอน สเตเดียม ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562

   เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สถิติการเล่นในบ้านค่อนข้างดีเมื่อพวกเขาไม่แพ้ในบ้านมา 7 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ (ชนะ 5, เสมอ 2) ส่วน เอฟเวอร์ตัน 4 นัดหลังสุดในลีกแพ้ไปเพียงนัดเดียวเท่านั้น (ชนะ 2, เสมอ 1, แพ้ 1) สำหรับคู่นี้เจอกัน 2 ครั้งหลังสุดเป็น เวสต์แฮม ที่เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ทั้งสองนัด

   เริ่มเกม เอฟเวอร์ตัน บุกจากขวาไปซ้ายและเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำเร็วไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 5 จากเตะมุมทางฝั่งขวา ซิกูร์ดส์สัน เปิดบอลไปหน้าปากประตูให้ ซูม่า ได้โหม่งบอลเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

   นาทีที่ 12 ยังคงเป็นโอกาสของเอฟเวอร์ตันที่ได้บุกอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เป็นดีญได้บอลในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะตัดสินใจปั่นด้วยขวา บอลพุ่งตรงกรอบไปที่เสาไกล ต้องชมฟาเบียนสกี้ที่พุ่งไปปัดเอาไว้ได้ปลายมือ

   ถัดมานาทีที่ 25 ท๊อฟฟี่ ได้โอกาสอีกครั้งจากลูกยิงนอกกรอบเขตโทษของ คัลเวิร์ท-เลวิน น่าเสียดายที่บอลลอยโด่งข้ามคานออกไป

   หลังจากนั้น เวสต์แฮม ก็ได้โอกาสโต้กลับขึ้นมาบ้างและได้จบด้วย ซาบาเลต้า ยิงหลุดกรอบออกไป

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรกทีมเยือนมาได้ประตูขึ้นนำ 2-0 ในนาทีที่ 33 เป็นจังหวะที่ โคลแมน ให้บอลไปที่ ริชาร์ลิซอน ไหลเข้าเขตโทษฝั่งขวากลับไปให้ โคลแมน ก่อนจะผ่านไปหน้ากรอบ 6 หลาแล้วได้จบด้วย แบร์นาร์ด แปจ่อๆเป็นประตู

   จบเกมครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายขึ้นนำ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปก่อน 2-0

   ครึ่งหลัง เวสต์แฮม พยายามครองเกมเพื่อจะเอาประตูตีไข่แตกให้ได้ แต่กลับเป็น เอฟเวอร์ตัน ที่ได้ลุ้นประตูที่ 3 ในนาทีที่ 55 จากลูกเตะมุมที่เปิดไปหน้าประตูแต่โดนสกัดออกมา บอลไปเข้าทาง โกเมส ได้วอลเล่ย์เต็มๆ ยังดีที่ ซาบาเลต้า บล็อคเอาไว้ได้ทัน

   จากนั้น เวสต์แฮม ยังคงพยายามบุกเพื่อจะเอาประตูคืนให้ได้แต่ทำได้ไม่ค่อยดีนักส่วน ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ที่รอจังหวะโต้กลับ กลับเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าและเกือบจะได้ประตูที่ 3 อยู่หลายครั้งหลายครา แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆเกินๆ ทำให้สุดท้ายจบเกม เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายบุกไปเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถึงถิ่น 2-0

 

 

พรีเมียร์ลีก

น็อคการ์ทฮีไร่ ไบรท์ตัน คว้าชัยเหนือ พาเลซ 2-1

น็อคการ์ทฮีไร่ ไบรท์ตัน คว้าชัยเหนือ พาเลซ 2-1

   น็อคการ์ทฮีไร่ ยิงไกลเข้าสามเหลี่ยมอย่างสวยพา ไบรท์ตัน บุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ถึงถิ่น 2-1 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ทำคะแนนหนีห่างโซนตกชั้นเพิ่มเป็น 8 คะแนน

น็อคการ์ทฮีไร่ ไบรท์ตัน คว้าชัยเหนือ พาเลซ 2-1

   ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ เปิดบ้านต้อนรับ ไบรท์ตัน ที่สนาม เซลเฮิร์สต์ ปาร์ค ในวันที่ 9 มีนาคม 2562 ดูบอลออนไลน์

   เริ่มเกม คริสตัลพาเลซ ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 7 จากลูกยิงของ บาทชูอายี่ หน้าเขตโทษ บอลไปตรงตัว ไรอัน เซฟเอาไว้ได้

   จากนั้น พาเลซ เป็นฝ่ายที่มีโอกาสครองบอลมากกว่าแต่ยังหาโอกาสทำประตูไม่ได้ จนกระทั่งนาทีที่ 19 กลับเป็น ไบรท์ตัน ที่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวัดที่ ดังค์ ดักบอลได้ก่อนจะหวดขึ้นหน้าแล้ว ทอมกินส์ โหม่งพลาดไปเข้าทาง เมอร์เรย์ ในกรอบเขตโทษ ซัดเข้าเสาไกลเป็นประตู ไบรท์ตัน นำ 1-0

   จากนั้นพาเลซที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังพยายามจะตั้งเกมแล้วลุยขึ้นมาใหม่ จนกระทั่งนาทีที่ 29 ได้ลุ้นจากเตะมุมทางฝั่งขวา มิลิโวเยวิชเปิดไปกลางประตูให้ทอมกินส์ได้ขึ้นโมงแต่ถูกปัดทิ้งไปได้

   บอลจังหวะสองพาเลซเก็บได้แล้วเปิดเข้ามาให้ ทอมกินส์ ได้โหม่งอีกรอบไปเข้าทางชลุปป์ ยิงบอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก พาเลซ ได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ บาทชูอายี่ เบิ้ลบอลเข้าเขตโทษให้ ชลุปป์ คืนให้ บาทชูอายี่ เกือบสุดเส้นหลังแล้วพยายามจะยิงเองแต่โดนเซฟเอาไว้ได้

   จบครึ่งแรก คริสตัล พาเลซ ตามหลัง ไบรท์ตัน อยู่ 0-1

   ครึ่งหลังนาทีที่ 50 คริสตัล พาเลซ มาได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษซึ่งเป็นจังหวะที่ ทาวน์เซนด์ ได้บอลในกรอบเขตโทษแล้วกำลังจะยิง แต่ถูก พรอพเพอร์ ทำฟาวล์ล้มลงไป กรรมการจึงเป่าให้เป็นจุดโทษของ พาเลซ ทันที แล้วก็เป็น มิลิโวเยวิช ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ พาเลซ ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   หลังจากที่โดนตีเสมอ ไบรท์ตัน ก็พยายามตั้งเกมบุกขึ้นมาบ้างแต่ก็ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่เพราะจังหวะสุดท้ายยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูเพิ่มได้

   จนกระทั่งนาทีที่ 74 ในที่สุดทีมเยือนก็ทำสำเร็จจนได้ เมื่อมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะโต้หลับ น็อคการ์ท รับบอลยาวที่เปิดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะลากตัดเข้ามาหน้ากรอบเขตโทษแล้วจัดการยิงทันที บอลโค้งเข้าสามเหลี่ยมตุงตาข่าย ไบรจ์ตัน นำอีกตรั้ง 2-1

   จบเกม คริสตัล พาเลซ พ่ายให้กับ ไบรท์ตัน ไป 1-2 มีแต้มห่างจากโซนตกชั้น 8 แต้มเท่าเดิม ส่วน ไบรท์ตัน 3 แต้มที่เก็บเพิ่มได้ในเกมนี้ ทำให้พวกเขาขยับขึ้นมามีแต้มเท่า พาเลซ เหนือโซนตกชั้น 8 คะแนนเช่นกัน

 

 

 

โปรแกรมฟุตบอล

ลาลีกา 2018/19 พรีวิว ราโย บาเยกาโน่ VS แอตเลติโก้ มาดริด

ลาลีกา 2018/19 พรีวิว ราโย บาเยกาโน่ VS แอตเลติโก้ มาดริด

   ลาลีกา 2018/19 พรีวิว ราโย บาเยกาโน่ เปิดบ้านต้อนรับ ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ที่สนาม เอสตาดิโอ เด บาเยกาส ในวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 22:15 น. ตามเวลาในประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

26/08/18 แอตเลติโก้ มาดริด 1-0 ราโย บาเยกาโน่ ลา ลีกา
30/04/16 แอตเลติโก้ มาดริด 1-0 ราโย บาเยกาโน่ ลา ลีกา
15/01/16 แอตเลติโก้ มาดริด 3-0 ราโย บาเยกาโน่ โกปา เดล เรย์
07/01/16 ราโย บาเยกาโน่ 1-1 แอตเลติโก้ มาดริด โกปา เดล เรย์
31/12/15 ราโย บาเยกาโน่ 0-2 แอตเลติโก้ มาดริด ลา ลีกา

ลาลีกา 2018/19 ราโย บาเยกาโน่ VS แอตเลติโก้ มาดริด

ราโย บาเยกาโน่

   เกมนี้เจ้าถิ่น ราโย บาเยกาโน่ จะไม่มี จานเนลลี่ อิมบูล่า กับ กอร์ก้า เอลูสตอนโด้ ที่ยังคงไม่หายจากอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ อมิลิอาโน่ เวลาซเกซ ยังติดโทษแบนไม่สามารถลงสนามได้ แต่ข่าวดีคือทีมจะได้ ออสการ์ เตรโฮ พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้แล้ว

   ซึ่ง มิเกล อังเคล ซานเชซ มูนญอซ มิเชล กุนซือของเจ้าถิ่นจะวาง ราอูล เด โตมาส เป็นหน้าเป้าประสานงานกับเกมรุกอย่าง อาเดรียน เอ็มบาร์บา กับ ออสการ์ เตรโฮ พร้อมลงสนามล่าตาข่าย

   รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : สโตเล่ ดิมิตรีเยฟสกี้, อเล็กซ์ กัลเบซ, อับดูลาย บา, จอร์ดี้ อามาต, หลุยส์ อัดวินกูล่า, อัลบาโร่ เมดราน, ซานติอาโก้ โกเมซานญ่า, อเล็กซ์ โมเรโน่, อาเดรียน เอ็มบาร์บา, ออสการ์ เตรโฮ, ราอูล เด โตมาส

แอตเลติโก้ มาดริด

   ส่วนทางด้าน แอตฯมาดริด เกมนี้ขาด ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ ที่ยังสลัดอาการบาดเจ็บไม่ได้ ส่วน ฆอร์เค่ เรซูร์เรกซิออน โกเก้ ต้องรอเช็คความฟิตก่อนซึ่งคาดว่าอาจต้องนั่งในม้านั่งสำรองไปก่อนในเกมนี้

   ในขณะที่ โธมัส พาร์เตย์ ก็ติดโทษแบน ซึ่ง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือ ตราหมี วางหน้าคู่เป็น อองตวน กรีซมันน์ กับ อัลบาโร่ โมราต้า

   รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : ยาน โอบลัค, ฆวน ฟรานซิสโก้ ตอร์เรส เบเลน ฆวนฟราน, โฮเซ่ มาเรีย คีเมเนซ, ดีเอโก้ โกดิน, ฟีลีเป้ ลุยส์ กาสมีร์สกี้, อังเคล กอร์เรอา, โรดรีโก้ เอร์นานเดซ โรดรี, ซาอูล ญีเกซ, บิคตอร์ มาชิน บีโตโล่, อองตวน กรีซมันน์, อัลบาโร่ โมราต้า

 

พรีเมียร์ลีก

แบ็คขวายังมีปัญหา คล็อปป์ ยอมรับ พร้อมชมลูกทีม ลิเวอร์พูล เล่นได้ดีแม้เกมยาก

แบ็คขวายังมีปัญหา คล็อปป์ ยอมรับ พร้อมชมลูกทีม ลิเวอร์พูล เล่นได้ดีแม้เกมยาก

   แบ็คขวายังมีปัญหา และต้องแก้ไขต่อไปสำหรับทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดเพิ่งจะเฉือนเอาชนะ คริสตัล พาเลซ มา อย่างยากลำบาก 4-3 ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ ลิเวอร์พูล ก็ได้ออกมาแสดงความยินดีกับลูกทีมของตนที่สามารถเอาชนะเกมยากเกมนี้ไปได้

แบ็คขวายังมีปัญหา คล็อปป์ ชม ลิเวอร์พูล เล่นได้ดีแม้เกมยาก

   ซึ่งหลังจากจบเกมดังกล่าว เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า “หากถามว่าความรู้สึกหลังเกมเป็นอย่างไร ผมคงต้องขอบอกว่า โล่งอก”

   “เกมแบบนี้เป็นไปได้ทุกอย่าง ครึ่งแรกเราเหนือกว่าแต่ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง 1-0 เรามีโอกาสแต่เราทำไม่ได้ เราอาจจะไม่ดีพอ เรามีผู้เล่นในพื้นที่ชี้ขาดไม่มากพอ ส่วนผู้เล่นในพื้นที่ขึ้นเกมมีหลายคน”

   “แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ ดังนั้นครึ่งหลังเราจึงต้องเปลี่ยนวิธีการเล่น โดยการเพิ่มตัวในกรอบให้มากขึ้น และขอบคุณที่มันได้ผล เราได้ 2 ประตูกลับมา และทุกคนก็กลับเข้ามาอยู่ในเกม”

   “หลังจากนั้นลูกทีมของผมก็ไม่มั่นใจว่าจะเล่นอย่างไรต่อดี จะเดินหน้าเต็มร้อยหรือแค่คุมเกมเอาไว้ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร”

   “เราเป็นฝ่ายครองเกมแทบจะตลอด แต่ทุกครั้งที่เสียบอลเราจะโดนสวนกลับเร็วทันที”

   “ฟุตบอลมีรูปแบบการชนะหลายแบบ เราต้องทำทุกอย่างซึ่งนั่นทำให้ครึ่งหลังมันต่างจากครึ่งแรกมาก และสุดท้ายเราก็ทำได้”

   “ผมมีความสุขมากๆ” คล็อปป์ กล่าว

   สำหรับเกมในวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนจาก คริสตัล พาเลซ เกมนี้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายที่ครองเกมบุกได้มากกว่าแต่กลับโดนพาเลซนำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 จากประตูของ แอนดรอส ทาวน์เซนด์

   แต่ในช่วงครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มายิงสองประตูรวดแซงขึ้นนำ 2-1 จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แล้วโดนพาเลซตามตีเสมอได้ 2-2 จากลูกโหม่งของ เจมส์ ทอมกิ้นส์

   เกมยังไม่จบเพียงเท่านั้นเมื่อ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง 3-2 จาก ซาลาห์ คนเดิม แต่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 หงส์แดง ต้องเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เนื่องจาก เจมส์ มิลเนอร์ โดนใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเจ็บ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตู 4-2 ทำให้โล่งใจไปได้บ้างจาก ซาดิโอ มาเน่ เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์นี้ แต่ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 + 5 คริสตัล พาเลซ มาตีตื้นเป็น 4-3 จาก มัก เมเยอร์ ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายที่เอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปสุดมันส์ 4-3

 

ทีเด็ดฟุตบอล

ไซโก ชนาธิป ซัดชัย ทีมชาติไทย เฉือน บาห์เรน 1-0 ลุ้นเข้ารอบ 16 ทีม

ไซโก ชนาธิป ซัดชัย ทีมชาติไทย เฉือน บาห์เรน 1-0 ลุ้นเข้ารอบ 16 ทีม

   ไซโก เจ้าเจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ รับบทฮีโร่ซัดชัยพา ช้างศึก ทีมชาติไทย เอาชนะ บาห์เรน ไปได้ 1-0 ทำให้มีลุ้นโอกาสผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียนคัพ 2019

ไซโก ชนาธิป ซัดชัย ทีมชาติไทย เฉือน บาห์เรน 1-0

   ศึกฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 กลุ่ม เอ นัดที่ 2 ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ บาห์เรน ที่สนาม อัล มัคตูม สเตเดียม ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ม.ค. 2562 ผลบอลสด

   เริ่มเกมช่วง 15 นาทีแรก บาห์เรน เป็นฝ่ายครองเกมบุกเข้าใส่ ทีมชาติไทย เป็นส่วนใหญ่แต่ยังทำอะไร ช้างศึก ได้ไม่มาก เพราะ ไทย เองวันนี้ก็เล่นเกมรับกันได้ค่อนข้างดี และเริ่มจะตั้งเกมได้บ้างหลังจากผ่าน 15 นาทีแรก

   หลังจากที่ บาห์เรน พยายามทำเกมบุกเข้าใส่ ทีมชาติไทย นาที่ที่ 20 ไทยได้ลุ้นจากจังหวะบอลสวนกลับ อดิศักดิ์ ไกรษร กระชากบอลขึ้นหน้าก่อนจะไหลเข้าเขตโทษด้านขวาไปให้ ธีรศิลป์ แดงดา ยิงบอลไปแฉลบขากองหลัง บาห์เรน แล้วไปเข้ามือผู้รักษาประตู

   หลังจากนั้น บาร์เรน เริ่มทำเกมขึ้นมาใหม่ และได้ลุ้นในนาทีที่ 29 ซึ่งเกือบจะทำให้ บาห์เรน เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน แต่ยังดีที่ ศิวรกษ์ ช่วยเซฟเอาไว้ได้ ทำให้สกอร์ยัง 0-0 เท่าเดิม

   ครึ่งหลังเกมของ ช้างศึก ดูเหมือนจะดุดันมากขึ้น และเล่นกันด้วยความมั่นใจมากกว่าครึ่งแรก นาทีที่ 54 ได้ลุ้นจากเตะมุมทางฝั่งขวา ธีราทร เปิดบอลไปเสาแรกแล้วกองหลังบาห์เรนเคลียร์ไม่ขาด บอลไปเข้าทาง ฐิติพันธ์ ซัดด้วยซ้าย บอลโด่งข้ามคานออกไป

   แต่หลังจากนั้นในนาทีที่ 58 ในที่สุดประตูที่รอคอยของ ทีมไทย ก็มาจนได้ จากจังหวะที่ อดิศักดิ์ ไกรษร แทงบอลไปให้ ทริสตอง โด หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะเปิดเข้ากลาง บอลไปแฉลบกองหลังบาห์เรนกลายเป็นดีเมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ วิ่งมาซัดแสกหน้ามือประตู บาห์เรน เข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทีมชาติไทย นำ 1-0

   ช่วงเวลาที่เหลือแม้ บาห์เรน จะพยายามบุกเพื่อจะเอาประตูคืน แต่ ไทย ยังสามารถประคองเกมเอาไว้ได้ที่สกอร์นี้จนจบเกม เก็บ 3 แต้ม โอกาสลุ้นเข้ารอบยังมีหวัง

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

   ทีมชาติไทย : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน , พรรษา เหมวิบูลย์, สุพรรณ ทองสงค์, อดิศร พรหมรักษ์, ธีราทร บุญมาทัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ทริสตอง โด, ชนาธิป สรงกระสินธ์, อดิศักดิ์ ไกรษร, ธีรศิลป์ แดงดา 

   บาห์เรน : ซายิด ชับบาห์ อลาวี, วาลีด อัลฮายาม, ซายิด ซาอีด, ฮาหมัด มาห์มูด อัลชามซาน, อับดุลวาฮับ อาลี อัลซาฟี, ยาซีม มาร์ฮูน, จาฟาร์ มาดาน, อาเหม็ด อาลี จูม่า, สะอัด อัลโรไฮมี, ซายิด เรดฮา อิซ่า, โคมาอิล ฮาซาน อลาสวาด

 

 

กัลโช่ เซเรีย อา

เปลลิสซิเยร์ทำแสบ ช่วย คิเอโว่ ยิงเจ๊าทดเจ็บ อิเตอร์ มิลาน 1-1

เปลลิสซิเยร์ทำแสบ ช่วย คิเอโว่ ยิงเจ๊าทดเจ็บ อิเตอร์ มิลาน 1-1

   เปลลิสซิเยร์ทำแสบ หลังจากที่ อินเตอร์ มิลาน กำลังจะเก็บ 3 แต้มกลับบ้านได้อยู่แล้วจากการทำประตูขึ้นนำของ อีวาน เปริซิช แต่ความหวังทั้งหมดต้องพังทลายลงเมื่อในช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันถูก แซร์จิโอ เปลลิสซิเยร์ ของ คิเอโว่ ทำประตูตามตีเสมอได้สำเร็จ ทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์ 1-1 อินเตอร์ เก็บเพิ่มได้แค่แต้มเดียวตามหลัง นาโปลี รองจ่าฝูงเพิ่มเป็น 8 แต้ม

เปลลิสซิเยร์ทำแสบ ช่วย คิเอโว่ ยิงเจ๊า อิเตอร์ มิลาน 1-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา คิเอโว่ เปิดบ้านพบกับ อินเตอร์ มิลาน ที่สนาม สตาดิโอ มาร์กอันโตนิโอ เบนเตโกดี้ ในวันที่ 22 ธันวาคม 2561

   ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก ช่วงต้นเกมยังไม่มีทีมไหนทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีจังหวะได้ทักทายของ คิเอโว่ ในนาทีที่ 15 จากลูกยิงไกลของ เมจอรินี่ แต่ไม่ได้ยากอะไรสำหรับ ฮันดาโนวิช

   นาทีที่ 28 อินเตอร์ เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ ดัมโบรซิโอ เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดเข้ากลางไปให้ อิคาร์ดี้ ยิงจังหวะแรกไปติดเซฟแล้วโดนเคลียร์ออกมา สุดท้ายเป็น เนียงโกลัน ได้ยิงแถวหน้าเขตโทษแต่บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   กระทั่งนาทีที่ 39 ในที่สุด งูใหญ่ ก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้เมื่อ อิคาร์ดี้ เก็บบอลได้ก่อนจะให้ไปที่ ดัมโบรซิโอ พาบอลมาจนถึงเขตโทษแล้วไหลเข้ากลาง สุดท้ายเป็น เปริซิช ชาร์จเข้าประตูไป อินเตอร์ นำ 1-0

   จบครึ่งแรก ทีมเยือนเป็นฝ่ายนำ 1-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 58 เจ้าถิ่นเกือบจะได้ประตูตีเสมอ จังหวะแรกเป็น จัคเครินี่ จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ เปลลิสซิเยร์ ซัดจังหวะแรกไปติดเซฟนายทวาร อินเตอร์ ก่อนที่ถัดมาจะได้เป็นลูกเตะมุมที่สุดท้าย เปลลิสซิเยร์ จะได้ยิง น่าเสียดายที่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   เกมผ่านครบ 60 นาที เจ้าถิ่น คิเอโว่ ยังคงพยายามเดินหน้ากดดันเพื่อที่จะเอาประตูตีเสมอและก็ทำได้ดีพอสมควร แต่ยังหาโอกาสทำอันตราย อินเตอร์ ได้ไม่มากนัก และเกมเหมือนจะจบลงที่ อินเตอร์ มิลาน จะคว้า 3 แต้มกลับบ้านได้สบายๆ

   แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 + 1 ในที่สุดประตูที่รอคอยของเจ้าถิ่นก็ตามมาในช่วงที่ใกล้จะหมดเวลาการแข่งขันจากจังหวะที่บอลโยนยาวขึ้นมาจากแดนหลังแล้ว สเตปินสกี้ โหม่งต่อไปให้ เปลลิสซิเยร์ หลุดเข้าเขตโทษแล้วกระดกบอลผ่าน ฮันดาโนวิช เป็นประตูตีเสมอให้กับ คิเอโว่ ได้อย่างสวยงาม

   จบเกม อินเตอร์ มิลาน คว้าได้แค่ 1 แต้มกลับบ้านหลังจากที่เสมอกับ คิเอโว่ 1-1 รั้งอันดับ 3 บนตารางตามเดิม มีแต้มห่างจากรองจ่าฝูงอย่าง นาโปลี เพิ่มเป็น 8 แต้ม

 

ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 พรีวิว บาเยิร์น มิวนิค พบ เบนฟิก้า

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 พรีวิว บาเยิร์น มิวนิค พบ เบนฟิก้า

   ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 กลุ่ม E บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก เบนฟิก้า ที่สนาม อัลลีอันทซ์ อารีน่า ดูบอลออนไลน์ ในเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2018 เวลา 03:00 น.

สถิติการพบกันหลังสุดรวมทุกรายการ

   20/09/18 UEFA CL เบนฟิก้า 0-2 บาเยิร์น มิวนิค

   14/04/16 UEFA CL เบนฟิก้า 2-2 บาเยิร์น มิวนิค

   06/04/16 UEFA CL บาเยิร์น มิวนิค 1-0 เบนฟิก้า

ความพร้อมของทั้งสองทีม

บาเยิร์น มิวนิค

   สำหรับเจ้าถิ่น เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน ฮาเมส โรดริเกซ,  คิงส์เล่ย์ โกมัน, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวน

   แต่ข่าวดีคือ นิโก้ โควัช กุนซือของ บาเยิร์น จะได้ อาร์เยน ร็อบเบน กลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง ในขณะที่ความหวังในเกมรุกฝากไว้ที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง :  มานูเอล นอยเออร์, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โยชัว คิมมิช, ฆาบี มาร์ติเนซ, โธมัส มุลเลอร์, เลออน โกเร็ทซ์ก้า, อาร์เยน ร็อบเบน, ฟร้องค์ ริเบรี่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เบนฟิก้า

   สำหรับ เบนฟิก้า ในเกมนี้หนักหน่อย เพราะผู้เล่นบาดเจ็บเพียบทั้ง ลูโบเมียร์ เฟย์ซา, เอดูอาร์โด้ ซัลบิโอ,  คริสเตียน เลมา และ ไทโรนน์ เอบูเอฮิ แต่ผู้เล่นตัวหลักๆของทีมไม่ว่าจะเป็น ปิซซี่, ฮาริส เซเฟโรวิช และ อเล็กซ์ กริมัลโด้ พร้อมลงสนาม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : โอดิสเซอัส วลาโชดิ, ชาร์เดล, รูเบน ดิอ๊าซ, อเล็กซ์ กริมัลโด้, อังเดร อัลเมยด้า, ลูโบเมียร์ เฟจ์ซ่า, เอดูอาร์โด้ ซัลวิโอ, ปิซซี่, เกดซอน แฟร์นานเดส, ฟรังโก้ เซร์วี่, ฮาริส เซเฟโรวิช

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 วิเคราะห์บอล บาเยิร์น มิวนิค พบ เบนฟิก้า

   สำหรับ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลนี้ผลงานไม่ค่อยจะน่าเป็นที่พอใจมากนัก ผลงานในลีกรั้งอยู่อันดับ 5 ล่าสุดเพิ่งพ่ายให้แก่ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ไป 2-3

   ส่วนผลงานใน แชมป์เปี้ยนลีก บาเยิร์น ยังคงนำเป็นจ่าฝูงในกลุ่ม E โดยมี อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ตามหลังมาติดๆห่างเพียง 2 แต้มเท่านั้น

   ส่วนทางด้าน เบนฟิก้า ผลงานในลีกยังถือไม่ได้แย่ซึ่งรั้งอันดับ 4 ใน ปรีไมราลีกา โปรตุเกส สำหรับผลงานใน แชมป์เปี้ยนลีก ไม่ค่อยจะดีนัก อยู่อันดับ 3 ของกลุ่ม มีเพียง 4 แต้มเท่านั้น โอกาสผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปนั้นเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลย

   เกมนี้มองว่า ถึงแม้ บาเยิร์น ผลงานในฤดูกาลนี้จะไม่ค่อยคงที่เท่าที่ควร แต่ถึงอย่างไร ด้วยศักยภาพของทีมแล้วก็เหนือกว่า เบนฟิก้า อย่างแน่นอน ดังนั้น เกมนี้ บาเยิร์น กินเรียบแน่นอน

 

ทีเด็ดฟุตบอล

ลาลีกา พรีวิว เซบียา พบ เซลต้า บีโก้ 7 ตุลาคม 2561

ลาลีกา พรีวิว เซบียา พบ เซลต้า บีโก้ 7 ตุลาคม 2561

   ลาลีกา สเปน เซบียา เปิดบ้านพบกับ เซลต้า บีโก้ ดูบอลออนไลน์ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 ที่สนาม เอสตาดิโอ ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน เวลา 23:30 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

เซบียา

   เซบียา เกมนี้ยังไม่มี อเล็กซ์ บีดาล แบ็กขวา, กาเบรียล เมร์กาโด้ กองหลังตัวหลัก และ เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ แบ็กซ้าย ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างเรียกความฟิต ยังไม่พร้อมลงสนามในเกมนี้ ในขณะที่ มักซิม โกนาลองส์ กองกลาง ยังคงต้องพักยาว ส่วน ไซม่อน เคียร์ เซนเตอร์ตัวหลักยังมีอาการเจ็บเล็กน้อย ต้องเช็กความฟิต แต่คาดว่าจะพร้อมลงช่วยทีม

   โดย เซบียา เตรียมกลับมาใช้ชุดเต็มในเกมลีกลงบู๊อีกครั้งทั้ง ฟรานโก้ บาซเกซ, ปาโบล ซาราเบีย, วิสซาม เบน เยแดร์ และ อันเดร ซิลวา ที่ได้พักในเกมยูโรป้าลีก

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : โทมัส วาคลิค, ดาเนี่ยล คาร์ริโก้, ไซม่อน เคียร์, เซร์จี้ โกเมซ, เฆซุส นาบาส, เอแวร์ บาเนก้า, ฟรังโก้ วาซเกซ, กีเยร์เม่ อราน่า, ปาโบล ซาราเบีย, วิสซาม เบน เยแดร์, อันเดร ซิลวา

เซลต้า บีโก้

   ทางด้าน เซลต้า บีโก้ ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน มาเธียส เยนเซ่น กองกลางที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บไม่สามารถลงเล่นได้ นอกจากนี้ยังมี เอ็มเร่ มอร์ ปีกดาวรุ่งชาวตุรกีที่ป่วยอยู่ แต่ขาวดีก็คือทีมจะได้ ดาบิด ฆุนก้า และ โซฟียาน บูฟาล ที่หายเจ็บกลับมาพร้อมลงสนาม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เซร์คิโอ อัลบาเรซ, อูโก้ มาโย่, กุสตาโว่ กาบราล, เนสตอร์ อารัวโย่, จูเนียร์ อลอนโซ่, ฟราน เบลตราน, สตานิสลาฟ โลบ็อตก้า, ดาบิด ฆุนก้า, ยาโก้ อัสปาส, มักซี่ โกเมซ, ปิโอเน่ ซิสโต้

ลาลีกา วิเคราะห์บอล เซบียา พบ เซลต้า บีโก้

   เซบียา ผลงานที่ผ่านมาค่อนข้างยอดเยี่ยม โดยพวกเขาสามาถเอาชนะคู่แข่งมา 4 เกมติด หนึ่งในเกมที่ชนะคือการอัด เรอัล มาดริด มา 3-0 แต่ล่าสุด เซบียา ดพิ่งจะหลุดพ่ายให้กับ กราสโนดาร์ 1-2 ในศึกยูโรป้า ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

   ส่วนทางด้าน เซลต้า บีโก้ ผลงานล่าสุดไม่ค่อยจะเป็นที่พอใจของแฟนบอลนัก โดยพวกเขายังไม่ชนะใครมา 4 เกมติดแล้ว 3 เกมล่าสุดทำได้ดีที่สุดแค่เสมอ

   เกมนี้มองว่า เซบียา ที่เพิ่งกรำศึกมาอย่างหนักหน่วงในช่วงที่ผ่านมา อาจจะทำให้ตัวผู้เล่นมีอาการล้าๆ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ เซลต้า เป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่เล็กน้อย แต่คาดว่า เซบียา ยังคงเอาตัวรอดได้ คาดว่าเกมนี้ผลน่าจะออกมาเสมอ แล้วเก็บกันไปทีมละแต้ม

 

 

ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก

หงส์แดง ลิเวอร์พูล รับสภาพโดน นาโปลี เชือดท้ายเกม พ่ายไป 0-1

หงส์แดง ลิเวอร์พูล รับสภาพโดน นาโปลี เชือดท้ายเกม พ่ายไป 0-1

   หงส์แดง ลิเวอร์พูล เรียกได้ว่าฟอร์มห่วยสุดตั้งแต่ที่เริ่มสตาร์ทฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ หลังจากที่บุกไปพ่ายให้กับ นาโปลี 0-1 แบบรูปเกมเป็นฝ่ายตั้งรับตลอด แถมยังเก็บบอลกันไม่ได้ สุดท้ายมาโดนดีในช่วงท้ายเกมเป็นฝ่ายปราชัยไปในที่สุด หล่นไปอยู่อันดับ 3 ส่วน นาโปลี ขยับขึ้นไปเป็นจ่าฝูง แชมป์เปี้ยนลีก กลุ่ม ซี ดูบอลออนไลน์

   นาโปลี นัดแรกพลาดเสมอกับ เร้ดสตาร์ เบลเกรด ทำให้เกมนี้จำเป็นจะต้องเก็บ 3 คะแนนให้ได้ จึงส่งบรรดาผู้เล่นสตาร์ลงครบทั้ง คาลิดู คูลิบาลี่, มาเร็ค ฮัมซิค, โฆเซ่ กาเญฆ่อน และ ลอเรนโซ่ อินซินเญ่

   ส่วนทางด้าน ลิเวอร์พูล เปลี่ยนเพียงตำแหน่งเดียวคือเอา นาบี เกอิต้า ออกสตาร์ทแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในขณะที่ตำแหน่งอื่นยังอยู่ครบทั้ง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

 หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดนสอยท้ายเกม

   เริ่มเกม นาโปลี เป็นฝ่ายที่ทำเกมได้ดีกว่า และเป็นฝ่ายครองบอลทำเกมบุกได้มากกว่าลิเวอร์พูล แต่ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น เพราะทางด้านหงส์แดงก็ลงไปตั้งรับกันได้อย่างเหนียวแน่นพอสมควร

   จากเกมที่เป็นรองอยู่แล้วดูเหมือนว่า ลิเวอร์พูล ต้องมาประสบปัญหาใหญ่อีก เมื่อในนาทีที่ 19 เกอิต้า มีอาการบาดเจ็บ จนเล่นต่อไม่ไหว ต้องหามขึ้นเปลพาออกจากสนามไป ก่อนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จะลงสนามมาแทน

   นาทีที่ 33 เป็นโอกาสอีกครั้งของเจ้าถิ่น จากการเข้าทำทางฝั่งซ้าย มิลิค ได้บอลก่อนจะหมุนตัวซัดด้วยซ้ายทันทีแต่ อลิสซอน ยังเซฟไว้ได้ด้วยมือเดียว

   นาทีที่ 38 ลิเวอร์พูล ได้โอกาสสวนขึ้นมาบ้างจาก โรเบิร์ตสัน เปิดบอลเข้ากลางแล้วโดนโขกสกัดออกมา เป็น ซาลาห์ ที่ได้บอลก่อนจะยิงไปติดบล็อกกระดอนออกมา สุดท้าย เทรนท์ วิ่งมาซัดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น

   ครึ่งหลังนาทีที่ 50 จังหวะนี้ นาโปลี เกือบจะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำเมื่อ อินซินเญ่ ไหลบอลไปให้ มิลิค จับบอลก่อนแล้วจัดการซัดด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่าน อลิสซอน ไป แล้วกำลังจะกลิ้งเข้าประตูแต่โดน โกเมซ ช่วยเตะทิ้งออกหลังได้ทันพอดี

   ท้ายเกมนาทีที่ 82 โอกาสทองอีกครั้งของ นาโปลี เมื่อ รุย คอร์สบอลจากฝั่งซ้ายนอกกรอบเขตโทษให้ มอร์เท่นส์ วิ่งมาแปลบอลไปชนคานกระดอนออกมา ลิเวอร์พูล รอดเสียประตูหวุดหวิด

   นาทีที่ 90 สุดท้ายหลังจากโดนเจาะอยู่หลายรอบ ลิเวอร์พูล ก็มาเสียประตูจนได้ จากจังหวะที่ กาเญฆ่อน เปิดบอลไปให้อินซินเญ่ ชาร์จในกรอบ 6 หลา เข้าไปตุงตาข่าย เจ้าถิ่นนำ 1-0

   จบเกม ลิเวอร์พูลต้องกลับบ้านไปมือเปล่า หลังจากบุกไปพ่ายให้กับนาโปลี 0-1

 

บุนเดสลีกา

จุดโทษ ฟอร์สเบิร์ก ช่วย ไลป์ซิก ไล่เจ๊าแฟรงค์เฟิร์ต 1-1

จุดโทษ ฟอร์สเบิร์ก ช่วย ไลป์ซิก ไล่เจ๊าแฟรงค์เฟิร์ต 1-1

   จุดโทษของ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ในครึ่งหลังช่วยให้ แอร์เบ ไลป์ซิก ไล่ตามตีเสมอ แฟรงค์เฟิร์ต 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

   ดูบอลสด ในศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา ที่สนาม คอมเมิร์ซแบงค์ อารีน่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2561

   ผลงานของทั้งสองทีมในช่วงต้นฤดูกาลถือว่ายังไม่ค่อยดีนะ แต่เกมนี้ดูเหมือนว่าทางฝั่งเจ้าถิ่น แฟรงก์เฟิร์ต จะพกความมั่นใจมาเต็มเพราะเพิ่งบุกไปชนะ มาร์กเซย มา 2-1 แต่ในเกมนี้ต้องไร้เงาของ เจโทร วิลเล็มส์ และ ตอร์โร่ ส่วนที่เหลือยังเป็นชุดเดิม

   ส่วน ไลป์ซิก เพิ่งจะแพ้คาบ้านให้กับ ซัลซ์บวร์ก มา 2-3 ในนัดนี้มีปรับทีมหลายตำแหน่ง โดยบรรดาตัวหลักทั้ง ติโม่ แวร์เนอร์, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, วิลลี่ ออร์บาน, ยุฟซุฟ โพลเซ่น และ ปีเตอร์ กูลาคซี่ จะได้กลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง

จุดโทษ ฟอร์สเบิร์ก ช่วย ไลป์ซิก เอาไว้ ไฮไลท์เกมการแข่งขัน แฟรงค์เฟิร์ต & ไลป์ซิก

   ช่วงต้นครึ่งแรกทั้งสองทีมสู้กันได้สูสี เจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ได้มากกว่า แต่ ไลป์ซิก ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

   นาทีที่ 12 ไลป์ซิก สามารถส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายของเจ้าถิ่นได้แล้ว แต่ไม่ได้ประตูเพราะแวร์เนอร์ ถูกจับล้ำหน้าไปก่อน

   แต่แล้วนาทีที่ 26 แฟรงค์เฟิร์ต ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการขึ้นบอลมาทางฝั่งขวาของ โยวิช คลอสไปเสาสองให้ ฮัลแลร์ โหม่งเน้นๆ บอลพุ่งไปโดน กูลาคซี่ เซฟด้วยขา บอลกระดอนไปโดนขา แฟร์นานเดส เข้าประตูไปในที่สุด

   นาที 43 ไลป์ซิก เกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ ไลเมอร์ ครอสบอลมาให้ แวร์เนอร์ โหม่งจ่อๆหน้าประตู แต่น่าเสียดายที่บอลข้ามคานออกไป

   ครึ่งหลังนาที 53 สุดท้ายทีมเยือนก็มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 สำเร็จ จากลูกจุดโทษ หลังจากที่ คอสติช เจตนาทำแฮนด์บอล ในกรอบเขตโทษ และเป็น ฟอร์สเบิร์ก รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ

   หลังจากนั้น ถัดมาอีกเพียงนาทีเดียว ไลป์ซิก ก็เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจาก ฟอร์สเบิร์ก คนเดิม แต่บอลหลุดกรอบออกไป อย่างน่าเสียดาย

   หน้าที่ 75 แฟรงค์เฟิร์ต ขึ้นมาได้น่ากลัว จังหวะนี้เป็น ฮัลแลร์ พาบอลขึ้นมาก่อนจะไหลออกขวาไปให้ ดา คอสต้า ยิงหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น

   หน้าที่ 81 ไลป์ซิกเกือบจะโดนอีกประตู แต่ยังดีที่ กูลาคซี่ ออกมาชิงตัดบอล เซฟไว้ได้ทันพอดี ไม่งั้นทีมเยือนอาจไม่มีแต้มกลับบ้าน

   ท้ายเกมแม้เจ้าถิ่นจะบุกเข้าใส่อย่างหนักเพื่อที่จะเอาประตูชัยให้ได้แต่ก็ทำไม่สำเร็จ สุดท้ายจบเกม แฟรงก์เฟิร์ต เปิดบ้านเสมอกับ ไลป์ซิกไป 1-1